เชื่อว่าแทบทุกคนที่ชื่นชอบการวาด หรือ อ่านการ์ตูน คงจะคุ้นเคยกับคำว่า "โอตาคุ" เป็นอย่างดี...
แต่หากจะถามความหมายจริงๆ หลายๆคนคงจะใช้ความรู้สึกตัวเองตัดสินมากกว่า
ถ้าเช่นนั้นแล้ว "โอตาคุ" มีที่มาที่ไปอย่างไร
หากมีชื่อเรียกหรือเนื้อหาที่ผิดพลาดประการใด ยินดีรับฟังทุกคำแนะนำคับ)
คำจำกัดความ
おたくとは、趣味に傾倒する人の一つの類型またはその個人を示す言葉である。
"โอตาคุ" เป็นคำที่บ่งชี้ถึงรูปแบบหรือลักษณะของคนประเภทหนึ่งที่ นิยม
คลั่งไคล้ และทุ่มเท ให้กับงานอดิเรกของตน
คำๆนี้ปรากฎขึ้นในญี่ปุ่นราวๆปี 1980
ส่วนใหญ่จะถูกใช้กับชายโสดชาวญี่ปุ่นที่มีงานอดิเรกเกี่ยวโยงกับสิ่งที่ถูกตีแผ่หรือแสดงออกมา
อย่าง อนิเมะ, มังกะ, ไอดอล, เกม, คอมพิวเตอร์, รถราง เป็นต้น
หากเป็นผู้ชายชาวต่างชาติ หรือผู้หญิง ที่มีงานอดิเรกลักษณะนี้ล่ะก็
ชื่อเรียกของพวกเค้าก็จะกลายเป็น "ชอบ...." หรือ "คลั่งไคล้....." แทนซะส่วนมาก
แต่ในปัจจุบัน คำๆนี้สามารถใช้กับผู้ชายที่แต่งงานแล้ว, ผู้หญิง
หรือแม้แต่ชาวต่างชาติได้ด้วย (มันพัฒนา สายพันธ์)
นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ก็ยังมีงานอดิเรกที่ออกไปทางสายเทิดทูนบูชา,
หรือแม้แต่งานอดิเรกสายวิทยาศาสตร์ก็มีให้เห็นเช่นกัน
แต่ส่วนใหญ่คนที่ทุ่มเทให้กับงานด้านวิทยาศาสตร์นั้นจะไม่ค่อยถูกเรียกว่า โอตาคุ เท่าไรนัก
ที่มาของคำ
มีทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่า คำว่า 「御宅」 Otaku ซึ่งแปลตรงๆว่า "บ้าน (ของท่าน)" นั้น
สื่อถึง คนที่ชอบอยู่แต่ในบ้าน ทำไรสักอย่างหมกมุ่นไม่รู้ล่ะ แต่ชอบอยู่บ้าน
เลยเรียก Otaku ซึ่งมีความหมายว่าบ้านนั่นเอง
อีกทฤษฎีที่ไม่ค่อยถูกยอมรับเท่าใดนักคือ ทฤษฎีที่ว่า
คำๆนี้ปรากฎครั้งแรกในผลงานโรบ็อทอนิเมะเรื่องหนึ่ง ที่เริ่มฉายในปี 1982
โดยตัวเอกใช้คำๆนี้เรียกสรรพนามบุรุษที่สองในการสนทนา
จึงเป็นที่มาของการแพร่หลายการเรียก คู่สนทนาว่า "โอตาคุ" นั่นเอง
ดังนั้นคำว่า 「御宅」(Otaku) จึง เรียกได้ว่า ยังเป็นคำที่มีที่มาไม่แน่ชัดนั่นเอง
ประเภทของ โอตาคุ
คุณ 中森明夫 (Nakamori Akio) ได้เคยเขียนเรื่องราว 「おたく」の研究 (การวิจัย เกี่ยวกับโอตาคุ)
เป็นบทความต่อเนื่องในนิตยสารที่ชื่อ 『漫画ブリッコ』(Manga Burikko)
ตั้งแต่เดือน มิถุนายน ถึงธันวาคม ปี 1983,
โดยเนื้อหาในคอลัมน์นั้นได้กล่าวถึงลักษะภายนอกของโอตาคุ หรือโดจินชิ
ซึ่งโอตาคุนั้น ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ
こだわりの対象に対して、所得や余暇時間のほとんどを費やす「消費性オタク」
1. ใช้เงิน และเวลาแทบทั้งหมดเพื่อสิ่งที่ตนยึดติด
เรียกว่า "Shouhisei Otaku" (โอตาคุสายบริโภค)
「自分の趣味を周りに広めたい」「創造活動をしたい」と考える「心理性オタク」
2. คิดสร้างสรรค์ผลงานของตน หรือ อยากตีแผ่งานอดิเรกของตนไปในวงกว้าง
เรียกว่า "Shinrisei Otaku" (โอตาคุสายจิตใจ)
หลายคนคงเริ่มคิดในใจ ว่าตัวเองอยู่สายไหน (ฮา)
แล้วคนไหนจึงจะเรียกว่า โอตาคุ ล่ะ
ลองสังเกตจากคำจำกัดความนะคับ "โอตาคุ คือคนที่ทุ่มเทให้กับงานอดิเรก"
หากเราแยกแยะไม่ออกว่า ไหนงานจริงจังไหนงานอดิเรก ล่ะก็
เรามาดูความหมายของคำนี้ประกอบไปด้วย
"งานอดิเรก" มีความหมายอยู่ 2 อย่างด้วยกันคือ
1. เป็นการหาความเพลิดเพลิน ด้วยการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งซ้ำๆในช่วงเวลาที่ว่าง
โดยที่เวลาว่างคือ เวลาที่อยู่นอกเหนือชั่วโมงทำงาน หรือ นอกเหนือเวลาที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต
2. คือการชื่นชม ดื่มด่ำในความงดงาม ของสิ่งของ หรือก็คือ ชอบการสะสมนั่นเอง
เพราะงั้น จะสังเกตเห็นว่า ถ้าสิ่งที่คุณชอบทำอยู่นั้นอยู่ในจำพวก "จะทำหรือไม่ทำก็ได้ "
ไม่มีผลต่อการที่คุณจะมีความก้าวหน้า หรือมีข้าวกินล่ะก็ เรียกงานอดิเรกคับ
นั่นหมายความว่า ถ้าคุณขลุกกะมันมากๆ นานเข้า คุณก็จะอัพจ๊อบเป็น "โอตาคุ LV1" ไปโดยปริยาย
ถาม-ตอบ
ถาม: ถ้าผมชอบดูอนิเมะมากแต่เพื่อนชวนไปนอกบ้านก็ไป งี้ก็ไม่ใช่ โอตาคุ สินะ
ตอบ: คุณคือคนธรรมดาระยะสุดท้ายแล้วครับ
ถาม: คนที่ชอบวาดรูป พัฒนาฝีมือมากๆ (อยู่บ้านซะเยอะชวนไปไหนไม่ค่อยจะไป)
จะเรียกว่า "โอตาคุ" หรือไม่ ?
ตอบ: เราจะเรียกเค้าว่า "โอตาคุ" เมื่อ การวาดรูปนั้น ไม่ใช่ อาชีพ
หรือ ไม่ใช่อาชีพในอนาคตของเค้าคับ
ถึงบางครั้งมันจะสร้างรายได้ให้บ้าง แต่ไม่สามารถใช้ในการดำรงชีพได้จริง ก็จะเรียกว่า "โอตาคุ" นั่นเอง
จากนั้น ถ้าการวาดรูปเล่นๆเป็นงานอดิเรกของคนๆนั้น เกิดประสานกะพรสวรรค์ที่แฝงภายใน
แล้วดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมา
จาก "โอตาคุ" ก็กะ อัพคลาส 2 เป็น "มาเนีย" ครับ
คำจำกัดความ
マニア(mania, maniac)とは、
普段から自己の得意とする専門分野に没頭する生活習慣を持つ人物。
"มาเนีย" คือ
ลักษณะของบุคคลที่มีวิถีชีวิตมุ่งมั่นและทุ่มเท ให้กับสาขาวิชาที่ตนมีความชำนาญเป็นอย่างดี
ถึงแม้ว่าบางครั้ง มาเนีย จะขลุกอยู่กับงานอดิเรกที่ ไม่สร้างรายได้
แต่หากงานอดิเรก ของเค้าเป็นงานวิจัย ในเชิงวิชาการ
ที่สัมพันธ์กับอาชีพของเค้าเอง (ทำไปไม่ได้ตังแต่ชอบทำ)
อย่าง นักเคมี ที่ชอบทดลองนั่นนี่ ด้วยความสนใจส่วนตัว ก็จะไม่ถูกเรียกว่า "โอตาคุ"
ฉะนั้นแล้วจึงมีคนไม่น้อย ที่เรียกตัวเองว่า "มาเนีย" แต่ ปฏิเสธที่จะถูกเรียกว่า "โอตาคุ" นั่นเอง
สรุป
แท้จริงแล้ว คำว่า "โอตาคุ" มีความหมายใกล้เคียงกับ "นักวิชาการ" และ "มาเนีย" มาก
แต่คำว่า "โอตาคุ" ถูกเหล่านักวิจารณ์ ประเมินว่า "พวกเขามีงานอดิเรก ที่แตกต่างจากงานอดิเรกทั่วไป"
โอตาคุ จึงกลายเป็นคำที่มีความหมายไม่ดีนัก ในสายตาของสังคมปัจจุบัน นั่นเอง
ปล. เพื่อนคนญี่ปุ่นที่ออฟฟิต ก็เรียกผมว่า โอตาคุ
ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่า เป็นคำไม่ดีแต่อย่างใดคับ
~また~